องค์ความรู้ ฟลูออไรด์วานิช
ฟลูออไรด์วานิช

 



ฟลูออไรด์วานิช
โรคฟันผุเป็นโรคที่พบมากในเด็กไทย แม้ว่าฟันผุจะไม่ก่อให้เกิดอันตรายถึงแก่ชีวิต แต่ก็ทำให้เด็กเจ็บปวดทรมาน ไม่สามารถรับประทานอาหารได้ตามปกติ ส่งผลต่อพัฒนาการและการเจริญเติบโตของร่างกาย ปัญหาฟันผุในเด็กไทยมีแนวโน้มสูงขึ้น ขณะที่อัตราการเกิดฟันผุของเด็กในประเทศอุสาหกรรมมีแนวโน้มลดลง จากการใช้ฟลูออไรด์ และการแปรงฟันสม่ำเสมอ ปัจจุบันเด็กไทยอายุ 3 ปี เป็นโรคฟันผุถึงร้อยละ 65.7 อายุที่เริ่มพบเด็กฟันผุตั้งแต่ก่อนอาหาร 1 ปี และเริ่มฟันผุอย่างรวดเร็วในช่วงอายุ 1-3 ปี
ความสำคัญฟันน้ำนม
1.ใช้เคี้ยวอาหาร
2.ส่งเสริมพัฒนาการพูดของเด็ก
3.เป็นแนวให้ฟัน
ฟลูออไรด์วาร์นิชคืออะไร
ฟลูออไรด์วาร์นิช เป็นฟลูออไรด์ความเข้มข้นสูงแบบหนึ่งที่ใช้ทาผิวเคลือบฟัน เพื่อป้องกันฟันผุและยับยั้งการเกิดโรคฟันผุในระยะเริ่มแรก โดยก่อให้เกิดสารประกอบแคลเซียมฟลูออไรด์บนผิวเคลือบฟันในชั้นลึก ซึ่งจะทำหน้าที่เป็นแหล่งสะสมและปล่อยฟลูออไรด์ออกสู่ช่องปาก ทำให้เกิดการกระตุ้นให้เกิดการสะสมกลับของแร่ธาตุและยับยั้งการสูญเสียแร่ธาตุบนผิวฟันตลอดเวลา
ฟลูออไรด์วาร์นิชมีการใช้อย่างแพร่หลายในทวีปยุโรปมากกว่า 30 ปี ให้ผลในการป้องกันร้อยละ 18-70 หรือประมาณร้อยละ 38 จัดเป็นฟลูออไรด์ที่มีความปลอดภัยสูง ใช้ได้กับเด็กทารกตั้งแต่เริ่มฟันในช่องปาก การทาทำได้ง่าย ไม่ต้องใช้เครื่องมือทางทันตกรรม ไม่ต้องขัดฟันก่อนทา บุคลากรทางการแพทย์ที่ผ่านการอบรมเพียงเล็กน้อยก็สามารถทาฟลูออไรด์วาร์นิชให้แก่เด็กได้
 
ข้อบ่งชี้สำหรับเด็กเล็กที่เหมาะสมแก่การทาฟลูออไรด์วาร์นิช
1.ในเด็กทุกคน เพื่อผลในการป้องกันฟันผุ โดยทาทุก 6 เดือน ตั้งแต่เริ่มมีฟันขึ้นในช่องปาก
2.ในเด็กที่มีความเสี่ยงต่อโรคฟันผุปานกลางและสูง ควรทาฟลูออไรด์วานิชทุกๆ 3 เดือน
ข้อพิจารณาสำหรับเด็กที่มีความเสี่ยงต่อโรคฟันผุปานกลางหรือสูง คือ
1.เด็กที่มีความผุในระยะแรก มีผิวเคลือบฟันขาวขุ่น หรือมีรอยสีดำบนหลุมร่องฟันกราม
2.เด็กที่มีคราบจุลินทรีย์ชัดเจนบนตัวฟัน
3.เด็กอายุมากกว่า 1 ปี แต่ยังดูดนมขวด หรือหลับคาขวดนม
4.เด็กที่ดูดนมมารดาในเวลากลางคืน
5.เด็กที่ดูดนม น้ำผลไม้หรือน้ำอัดลม ตลอดทั้งวัน
6.เด็กที่กินขนม หรืออาหารว่างตั้งแต่ 3 ครั้งขึ้นไปต่อวัน
7.เด็กที่ไม่ได้รับการแปรงฟันจากผู้ปกครองเป็นประจำทุกวัน
8.เด็กที่ได้รับยาน้ำที่มีน้ำตาลเป็นส่วนผสมเวลานาน
9.เด็กที่มีพ่อแม่มีประวัติของโรคฟันผุสูง
10.เด็กพิการ
ขั้นตอนการทาฟลูออไรด์วาร์นิช
1.อธิบายให้ผู้ปกครองทราบก่อนว่าเด็กอาจร้องให้ขณะทา เนื่องจากเด็กไม่ชอบให้สิ่งต่างๆเข้าไปในปาก ประกอบกับการกลัวคนแปลกหน้า ไม่ก่อให้เกิดความเจ็บปวด และไม่รสชาติที่เด็กไม่ชอบ
2.ให้คำแนะนำแก่ผู้ปกครองก่อนพาเด็กมารับบริการทาฟลูออไรด์วาร์นิช โดยให้เด็กรับประทานอาหารก่อนเวลานัดและเมื่อทาฟลูออไรด์วาร์นิชไปแล้ว ฟลูออไรด์วาร์นิชสีเหลืองเข้มจะเกาะติดผิวฟันของเด็กชั่วคราวในวันที่ทาและสามารถขจัดออกได้โดยการแปรงฟันในวันรุ่งขึ้น
3.ตำแหน่งของเด็ก
เด็กทารก: ผู้ปกครองและผู้ทานั่งบนเก้าอี้ธรรมดาหันหน้าประสานกันและให้หัวเข่าของทั้งคู่ชนกันเองผู้ปกครองอุ้มเด็กหงายลงบนตักหรือวางลงบนเข่าของผู้ปกครอง ให้ศีรษะเด็กหนุนนอนอยู่บนผ้าขนหนูผืนเล็กหรือหมอนใบเล็ก ขาของเด็กทั้ง 2 ข้างแยกออกโดยอยู่ชิดเอวของผู้ปกครอง
เด็กเล็ก: เด็กนอนลงบนโต๊ะธรรมดาให้ศีรษะของเด็กอยู่ในตำแหน่งของหัวโต๊ะ ผู้ทานั่งอยู่บนเก้าอี้ โดยเข้า ทางด้านหลังของศีรษะเด็ก หรือทางอื่นที่ผู้ทาทำงานได้สะดวก
ข้อควรระวังในการใช้ฟลูออไรด์วาร์นิช
1.ฟลูออไรด์วาร์นิชมีข้อห้ามใช้ในคนที่มีประวัติแพ้สาร colophonium คนที่เป็นโรคหอบหืด (asthma) คนที่มี Ulcerative gingivitis และ Stomatitis แต่จากการป้องกันฟันผุในเด็กมาเป็นเวลานานในทวีปยุโรป ไม่เคยพบรายงานการแพ้ในเด็กเลย ในกรณีที่มีการระคายเคือง หรือการแปรงสีฟันฟลูออไรด์วาร์นิชที่ติดอยู่ที่ตัวฟันออก แล้วบ้วนด้วยน้ำมากๆ
2.การใช้ฟลูออไรด์วาร์นิชในปริมาณที่กำหนดไม่ก่อให้เกิดอันตรายกับเด็ก ฟลูออไรด์วาร์นิชจัดเป็นฟลุออไรด์ที่มีความเข้มข้นสูง จึงควรใช้ด้วยความระมัดระวังเพื่อป้องกันการเป็นพิษอย่างเฉียบพลัน ปกติปริมาณฟลูออไรด์น้อยที่สุดที่ทำอาการแสดงเป็นพิษ(PTD=Probably Toxic Dose) ซึ่งต้องได้รับการรักษาอย่างเร่งด่วน หรืออาจทำให้เสียชีวิตได้ มีขนาด 5 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม เมือเปรียบเทียบขนาดฟลูออไรด์วาร์นิช (5% NaF) ที่ใช้ในเด็ก 6เดือน(นน. 7 กิโลกรัม) และอายุ 3 ปี (นน. 14 กิโลกรัม) กับขนาดที่มีอยู่ในระดับ PTD ดังแสดงตามตารางข้างล่าง

3.ในเด็กที่ได้รับฟลูออไรด์เสริม เช่น น้ำยาหรือยาเม็ด เป็นประจำทุกวัน ควรหยุดฟลูออไรด์เสริมในวันที่มีการทาฟลูออไรด์วาร์นิช

 


Share on Facebook


close